September 4, 2018 Uncategorized No Comments

ก่อนหน้านี้ประเทศจีนได้มีการนำระบบ Artificial Intelligent (AI) มาใช้ในการตรวจจับใบหน้า (Facial Recognition) ของประชากร รวมถึงนักท่องเที่ยวและชนกลุ่มน้อยในประเทศมาแล้ว ล่าสุดได้มีนำเทคโนโลยีนี้ไปปรับใช้กับกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่เป็นเด็กนักเรียน โดยให้ทางโรงเรียนนำเทคโนโลยีตรวจจับใบหน้าไปใช้เพื่อวัดความใส่ใจของเด็กขณะอยู่ในห้องเรียน

กล้องตรวจจับได้ถูกติดตั้งไว้เหนือกระดานหน้าห้องเรียน ที่โรงเรียนมัธยม Hangzhou Number 11 ในประเทศจีนตอนเหนือ โดยระบบสามารถวัดอารมณ์และความรู้สึกแบ่งได้เป็น 7 กลุ่ม ได้แก่ เฉยๆ มีความสุข เศร้า ผิดหวัง โกรธ กลัว และประหลาดใจ เพื่อใช้ดูว่าเด็กๆสนใจในการเรียนหรือไม่ และถ้าคำตอบคือไม่ คอมพิวเตอร์จะส่งผลการตรวจนี้ไปให้ครูผู้สอนเพื่อพัฒนาปรับปรุงการเรียนการสอนต่อไป ซึ่งขณะนี้ Face Recognition ดังกล่าวเปิดใช้เพียงกับห้องเรียนเดียวเท่านั้น แต่ก็มีแผนว่าจะนำไปใช้กับทั้งโรงเรียนในอนาคต

ที่มา : Twitter 

เด็กนักเรียนคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับ Hangzhou.com ว่า “ตอนที่ผมเรียนในคลาสที่ไม่ค่อยชอบนัก ผมจะขี้เกียจและนอนฟุบไปบนโต๊ะเรียน หรือไม่ก็เอาหนังสือมาเปิดพลิกไปพลิกมา แต่ว่าตั้งแต่มีกล้องในห้องเรียน ผมก็ไม่กล้าทำแบบนั้นอีกเลย มันรู้สึกเหมือนมีสายตาลึกลับของใครสักคนคอยจดจ้องผมอยู่”

ถึงแม้หลายคนจะมองว่าเทคโนโลยีนี้มีประโยชน์ แต่ก็ยังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากบางส่วนว่าวิธีการนี้ถือเป็นการริดรอนความเป็นส่วนตัวของเด็ก ขณะที่ผู้อำนวยการโรงเรียน Hangzhou Number 11 ยังคงเชื่อว่าเทคโนโลยีนี้จะช่วยพัฒนาระบบการศึกษาให้ดีขึ้นได้ โดยเป็นเสมือนผู้ช่วยของครูเพื่อให้พัฒนาด้านการสอนของตนเองด้วย

Written by Sertis Team