CALL US: 02 001 1893
597/5 Sukhumvit Road, Wattana, Bangkok, Thailand

Home » Archive

คำว่า Thailand 4.0 เป็นคำที่คนยุคนี้คุ้นหูคุ้นตากันดีอยู่แล้ว แต่เราจะทำอย่างไรให้คนรู้จักพัฒนาตัวเองไปสู่จุดนั้น เมื่อเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเราอย่างแทบจะเรียกได้ว่า “เต็มรูปแบบ” ทั้งกระแส Big Data และเทคโนโลยี AI (Artificial Intelligence, ปัญญาประดิษฐ์) ก็ถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่คุณเคยสงสัยหรือไม่ว่า เราจะต้องทำตัวยังไง องค์กรจะต้องปรับตัวอย่างไร และประเทศเราจะทำอะไรกับสิ่งเหล่านี้บ้าง หากเรามองย้อนไปถึงผลกระทบที่เคยเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกจะพบว่า ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 1 ระบบไอน้ำได้เข้ามาแทนที่อุตสาหกรรมการผลิตและการทอผ้า การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 2 ระบบไฟฟ้าทำให้คนมีไฟและมีโทรศัพท์ใช้ รวมถึงการผลิตปริมาณมากมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 3 คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตทำให้การประมวลข้อมูลและการสื่อสารฉับไวมากขึ้น การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เป็นยุคที่เทคโนโลยีที่ชาญฉลาดอย่าง AI เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายและสิ่งที่อยู่รอบตัวในชีวิตประจำวันทั้งในโลกดิจิทัลและโลกทางกายภาพ การปฏิวัติครั้งนี้เป็นยุคที่ข้อมูลเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ช่วยให้เทคโนโลยีฉลาด ช่วยให้คนทำงานและตัดสินใจได้ดีขึ้น เป็นยุคที่ความรู้ในการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเป็นตัวคัดกรองแรงงานที่มีคุณภาพ รวมถึงองค์กรหรือประเทศที่มีความสามารถออกจากคู่แข่งรายอื่นๆ   บทเรียนที่เราได้เห็นจากการปฏิวัติอุตสาหกรรมทั้งหมดที่กล่าวมาคือ หากองค์กรไม่ปรับตัวและรู้จักประเมินความเร็วในการยอมรับการเข้ามาของเทคโนโลยี ก็จะพ่ายแพ้การแข่งขันหรืออาจสูญเสียธุรกิจได้ (ตัวอย่างเช่น Blockbuster vs Netflix, Kodak vs Digital Camera) ถึงแม้กระแสของ Thailand 4.0 จะมาแรง และหลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนได้มองเห็นถึงความสำคัญ …

Read more

บทความโดย ธัชกรณ์ วชิรมน CEO Sertis   การเข้ามามีบทบาทของเทคโนโลยีส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงต่อธุรกิจอย่างมาก ถ้าหากเราต้องการก้าวทันความเปลี่ยนแปลงก็ต้องนำเอาประโยชน์ของสิ่งเหล่านี้มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของตนเองให้ได้อย่างเหมาะสม จากประสบการณ์การทำงานด้านที่ปรึกษาทางธุรกิจและนวัตกรรม ทำให้ผมสามารถแบ่งประเภทของโปรเจคที่นำข้อมูลและเทคโนโลยีเอไอมาสร้างประโยชน์ต่อธุรกิจได้เป็น 5 ประเภท ดังนี้ 1. Structured Data เป็นการนำข้อมูลที่ถูกเก็บไว้ในระบบหรือคลังข้อมูลมาใช้วิเคราะห์เชิงลึกเพื่อเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจ เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพการสั่งซื้อและการจัดเก็บสินค้า คาดการณ์พฤติกรรมการใช้บริการของลูกค้า (การใช้บริการ / การยกเลิก / การชำระเงิน) และการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการตลาด โดยข้อมูลที่นำมาใช้เป็นข้อมูลที่ถูกบันทึกในรูปแบบระบบจัดการรายงาน (Management reports) หรือแสดงผลใน BI tool (Business Intelligence Tool) อยู่แล้ว ได้แก่ ข้อมูลรายการเปลี่ยนแปลง (Transactions data) ข้อมูลสินค้าคงคลัง (Inventory data) ข้อมูลการสั่งซื้อ (Ordering data) ข้อมูลสมาชิกที่ภักดีต่อแบรนด์ (Loyalty membership) เป็นต้น 2. Unstructured Data คือการนำข้อมูลที่ไม่ได้ถูกเก็บอย่างเป็นระบบ แต่มีประโยชน์ต่อบริษัทมาใช้ …

Read more

บทความโดย ธัชกรณ์ วชิรมน CEO Sertis   ทุกวันนี้หลายๆองค์กรเริ่มเล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีเอไอมาใช้เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับองค์กร แต่อาจยังมีความไม่แน่ใจว่าควรจะเริ่มต้นที่ตรงไหนและอย่างไร ผมจึงขอนำเสนอ 3 กลยุทธ์ในการเริ่มต้นนำเอไอมาใช้เพื่อพัฒนาธุรกิจของตนเอง ดังนี้ 1. ก่อตั้งทีมพัฒนาเอไอ โดยเริ่มจากพนักงานในบริษัทของคุณเอง รวบรวมคนที่สามารถใช้ระบบเอไอได้ ซึ่งคนในทีมควรมีความเข้าใจด้านเทคโนโลยี และแน่นอน ความเข้าใจต่อธุรกิจของตัวเองด้วย คนเหล่านี้อาจไม่จำเป็นต้องเก่งกาจในเชิงเทคนิคเสียทีเดียว แต่จะต้องสามารถนำเอาเทคโนโลยีใหม่ที่ต้องมีการพัฒนาต่อนี้ ไปนำเสนอหัวหน้าหรือผู้บริหารให้เข้าใจถึงประโยชน์ของมันได้ 2.วิเคราะห์หางานในองค์กรหรือแผนกต่างๆ ที่สามารถเปลี่ยนเป็นระบบอัตโนมัติหรือควรนำเอไอเข้าไปใช้ โดยเฉพาะงานที่ต้องการการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างแม่นยำ เช่น งานประเมินราคา การคาดการณ์ยอดขาย หรืองานบริหารจัดการสินค้า จากนั้นให้คนในองค์กรมาร่วมกันระดมความคิด (brainstorming) หรือขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญภายนอกเพื่อช่วยหาแนวทางหรือไอเดียใหม่ๆที่จะนำเอไอเข้ามาปรับใช้ ในขั้นตอนนี้ทุกคนสามารถนำความคิดสร้างสรรค์มาใช้ได้อย่างเต็มที่ เพราะเอไอเป็นสิ่งที่สามารถนำมาปรับแต่งได้อย่างหลากหลาย ยกตัวอย่างเช่น เราอยากที่จะศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าที่เข้ามาในร้านและสินค้าที่ขายดี เราอาจเลือกใช้เอไอในการสร้างระบบจดจำใบหน้า เพื่อตรวจสอบว่าลูกค้าคนใดมาเข้าร้านของเราบ่อย และสินค้าที่ซื้อตัวล่าสุดคืออะไร ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถนำไปใช้คาดการณ์ยอดขาย กำหนดจำนวนสินค้าคงคลังภายในร้าน รวมถึงนำมาคิดโปรโมชั่นที่ส่งเสริมการขายได้แม่นยำยิ่งขึ้น 3. เริ่มต้นพัฒนาจากสิ่งที่ไม่ยากจนเกินไปและสามารถวัดค่าตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ได้ เพราะการแสดงให้ทุกคนมองเห็นถึงประโยชน์และความสำเร็จจากการใช้เอไอ เป็นสิ่งที่สำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจภายในองค์กร เราจึงควรเริ่มต้นพัฒนาจากสิ่งที่วัดผลได้และไม่ใช้เวลานานจนเกินไป ยกตัวอย่างเช่น การนำเอไอมาช่วยจัดการสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อช่วยลดการทำงานและลดข้อผิดพลาดจากการสั่งสินค้าที่มากจนเกินไปหรือสินค้าขาดสต๊อก อีกตัวอย่างหนึ่งคือ การนำเอไอที่ช่วยในการจดจำใบหน้าลูกค้ามาใช้ในร้านค้าสาขาต่างๆ โดยเอไอจะช่วยแจ้งเตือนให้ผู้จัดการและทีมงานทราบทันทีในกรณีที่มีลูกค้า …

Read more

บทความโดย ธัชกรณ์ วชิรมน CEO Sertis   ไม่นานข้อมูลจะกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกบริษัทขาดไม่ได้ หากพูดถึงสิ่งที่เป็นกระแสในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นเรื่อง “ดาต้าไซน์” และเทคโนโลยีอันชาญฉลาดอย่าง “เอไอ” ซึ่งถือเป็นตัวช่วยสำคัญในการพัฒนาศักยภาพขององค์กร พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในโลกยุคดิจิทัล ผมมองว่าหากรู้จักนำศาสตร์ดังกล่าวมาใช้ในการขับเคลื่อนองค์กร จะสามารถสร้างประโยชน์ได้อย่างมหาศาล ดังตัวอย่าง 5 ข้อต่อไปนี้ 1.ทำนายหรือคาดการณ์อนาคตได้อย่างแม่นยำขึ้น ดาต้าไซน์จะช่วยให้คาดการณ์และมองเห็นโอกาสที่กว้างไกลกว่าเดิมจากข้อมูลที่มีอยู่ ทั้งในเรื่องของราคา ทิศทางของเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลง หรือแม้แต่มองเห็นทำเลที่ได้เปรียบและเหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้คว้าโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เหล่านี้ได้ก่อนใคร 2.รู้จักและเข้าใจลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น การทำธุรกิจคือการสร้างความพึงพอใจที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งสามารถทำได้โดยการนำข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ เช่น เน็ตฟลิกซ์ และ อะเมซอน ที่นำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อปรับปรุงการให้บริการจนประสบผลสำเร็จและเป็นผู้นำในตลาด ธุรกิจอื่นๆ เช่น ธนาคาร ร้านค้าหรือร้านอาหารก็สามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาประยุกต์ใช้ได้เช่นกัน เช่น การนำระบบการจับภาพเคลื่อนไหว และระบบจดจำใบหน้ามาใช้เก็บข้อมูลพฤติกรรมของลูกค้าในร้าน หรือใช้ตรวจสอบคุณภาพการให้บริการของพนักงาน แล้วนำข้อมูลที่ได้ไปปรับปรุงพัฒนาคุณภาพธุรกิจให้เหมาะสม 3.สื่อสารได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย สิ่งสำคัญในการทำธุรกิจคือการเชิญชวนให้ลูกค้ายอมจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้า การทำการตลาดแบบเดิมด้วยการโฆษณาผ่านสื่อโทรทัศน์หรือสิ่งพิมพ์ที่ไม่ได้กำหนดกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจนอาจยังคงสร้างผลลัพธ์ที่ดี แต่วิธีนี้ไม่ใช่วิธีที่เป็นมิตรต่องบประมาณ อีกทั้งการเข้ามามีบทบาทของสื่อดิจิทัลยังส่งผลให้ผู้ชมที่เสพสื่อผ่านโทรทัศน์มีจำนวนน้อยลง ตรงนี้เองที่ทำให้แมชชีนเลิร์นนิง และ ออโตเมชั่นเข้ามามีบทบาทในวงการโฆษณาแทนที่สื่อดั้งเดิม เพราะนอกจากจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่า ยังสามารถกำหนดกลุ่มลูกค้าและเลือกช่องทางการโฆษณาได้ดีกว่าอีกด้วย 4.ลดค่าดำเนินการ การคาดการณ์ที่แม่นยำขึ้นจะทำให้เกิดข้อผิดพลาดน้อยลง และส่งผลให้ธุรกิจมีกำไรเพิ่มขึ้นจากค่าดำเนินการที่เกิดจากข้อผิดพลาดลดลง ตัวอย่างเช่น การนำข้อมูลมาใช้เพื่อเลือกทำเลในการเพิ่มสาขาร้านค้าและการคาดการณ์ยอดขายที่แม่นยำ จะช่วยให้การจัดการสินค้าและการขนส่งมีประสิทธิภาพดีขึ้น พร้อมทั้งลดค่าจัดการสินค้าและค่าเสียหายจากสินค้าค้างสต๊อก 5.พัฒนาทรัพยากรบุคคล บุคคลากรคือทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของทุกบริษัท การเลือกคนที่เหมาะสมเข้าทำงานจะทำให้องค์กรเติบโตได้อย่างยั่งยืน ซึ่งการเลือก “คนที่ใช่” ทำได้โดยการนำข้อมูลของคนเหล่านั้นมาวิเคราะห์ตั้งแต่ขั้นตอนการรับสมัครงาน ซึ่งจะทำให้รู้ถึงทักษะและประสิทธิภาพตลอดจนรูปแบบการทำงานที่ผู้เข้าสมัครต้องการได้มากขึ้น ถือเป็นการเพิ่มความมั่นใจว่าจะได้คนที่ใช่และผู้สมัครเองก็อยากจะร่วมงานกับบริษัท นอกจากนี้ยังสามารถนำข้อมูลการทำงานของพนักงานมาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาความสามารถของพวกเขาให้ตรงจุด ตลอดจนปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้เหมาะกับพนักงานแต่ละคน …

Read more

บริษัท เซอร์ทิส จำกัด (Sertis Co.,Ltd.) และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกันสร้างสรรค์นวัตกรรมทางการแพทย์ ภายใต้ชื่อแบรนด์ “Cutis.AI” (คิวทิส ดอทเอไอ) กล้องเดอมาโทสโคปและแอพพลิเคชั่นสำหรับตรวจคัดกรองมะเร็งผิวหนังเบื้องต้นด้วยระบบ AI (Artificial Intelligence) จนสามารถคว้า เหรียญทองจากการประกวดนวัตกรรมในงาน The International Exhibition of Inventions in Geneva ครั้งที่ 46 ณ เมืองเจนีวา ประเทศสวิสเซอร์แลนด์          งานนิทรรศการ The International Exhibition of Inventions in Geneva เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Swiss Federal Council และ the World Intellectual Property Organization (WIPO) เพื่อเปิดโอกาสให้นวัตกรจากหลากหลายประเทศทั่วโลกเข้าร่วมนำเสนอผลงานสิ่งประดิษฐ์ ทั้งจากหน่วยงานธุรกิจ สถาบันวิจัย …

Read more

“ใครเป็นสาวกบอร์ดเกมยกมือขึ้น! ที่ Sertis มีให้คุณเพียบ” นอกจากการดูหนัง ฟังเพลง ท่องเที่ยว ตีกอล์ฟ ดำน้ำ ปลูกปะการัง เพื่อแก้เบื่อและคลายความเครียดแล้ว การเล่นเกมยังเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมอย่างมากทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งเกมประเภทหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้เกมชนิดอื่นๆก็คือ “บอร์ดเกม (Board Game)” ที่ไม่ได้มีดีแค่สนุกและคลายเครียดเท่านั้น แต่มีประโยชน์อีกหลายอย่างที่เราต่างก็คาดไม่ถึง วันนี้จึงขอยกเอาประโยชน์อันน่าทึ่งของการเล่นบอร์ดเกมมาทั้งหมด 6 ข้อ ต่อไปนี้ 1. เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง การเล่นบอร์ดเกมถือเป็นกิจกรรมฝึกสมองที่ยอดเยี่ยม เพราะสามารถช่วยพัฒนาสมองให้คิดได้อย่างซับซ้อน ช่วยพัฒนาความจำ พัฒนาทักษะการแก้ปัญหาและการตัดสินใจ นอกจากนี้ บอร์ดเกมยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นอัลไซเมอร์ของผู้สูงวัย พัตนาสุขภาพ จิตของเด็ก และยังทำให้วัยรุ่นเป็นคนที่ฉลาดขึ้นอีกด้วย 2. ได้ฝึกตั้งเป้าหมายเพื่อนำไปสู่ชัยชนะ และฝึกความอดทน ถ้าคุณต้องการจะเอาชนะในศึกของบอร์ดเกมก็ต้องรู้จักฝึกวางกลยุทธ์ให้ดี รวมถึงฝึกความอดทน ค่อยเป็นค่อยไปเพื่อให้ได้รับชัยชนะ ซึ่งเราสามารถเรียนรู้สิ่งเหล่านี้ได้โดยไม่กดดัน แถมยังได้สนุกกับการแข่งขันขณะที่เรากำลังเล่นบอร์ดเกมอีกด้วย 3. สร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและเหนียวแน่น คุณคงไม่เคยเห็นใครนั่งเล่นบอร์ดเกมคนเดียวสักเท่าไหร่ เพราะแน่นอนว่าส่วนใหญ่แล้วมันถูกออกแบบมาให้เล่นเป็นทีม ยิ่งร่วมมือกันยิ่งมันส์ ยิ่งทำให้เกมสนุกขึ้น บอร์ดเกมสามารถรวมคนกลุ่มต่างๆมาอยู่ร่วมกันได้ ไม่ว่าจะเป็น คนแปลกหน้า เพื่อนเก่า หรือเพื่อนที่ทำงาน แต่ประเด็นนี้ไม่ได้สำคัญสักเท่าไหร่ เพราะสิ่งสำคัญคือคุณได้สร้างมิติใหม่ในความสัมพันธ์ ได้เจอคนที่มีกิจกรรมยามว่างเหมือนกัน …

Read more