CALL US: 02 001 1893
597/5 Sukhumvit Road, Wattana, Bangkok, Thailand

Home » Archive

จากสถิติการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องในทุกๆปี จึงกล่าวได้ว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และคาดการณ์ว่าจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ในอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า การใส่ใจบริการด้านสุขภาพจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผู้สูงวัยมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เทคโนโลยีเอไอก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่สามารถนำมาช่วยพัฒนาธุรกิจการให้บริการด้านสุขภาพให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล ศูนย์สุขภาพ ธุรกิจประกันภัย หรือแม้แต่ที่พักอาศัย   ในปัจจุบันเราจะเห็นว่าเอไอเริ่มเข้ามามีบทบาทเพื่อช่วยเหลือและพัฒนาสุขภาพในด้านต่างๆมากขึ้น เช่น การพัฒนาการให้บริการดูแลผู้ป่วย การตรวจจับความเคลื่อนไหวและการแจ้งเตือนเมื่อผู้ป่วยเกิดอาการผิดปกติ แต่ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่ผมเล็งเห็นว่าเอไอนั้นจะสามารถเข้าไปช่วยและสร้างประโยชน์ได้ โดยเฉพาะเมื่อเรามีอายุมากขึ้น นั่นก็คือการตรวจเช็คสุขภาพซึ่งควรทำอย่างสม่ำเสมอ แต่การรอตรวจเช็คสุขภาพเพียงปีละ 1 ครั้งอย่างที่หลายๆคนทำอาจไม่เพียงพอ เพราะความผิดปกติบางอย่างไม่ได้มีสัญญาณหรืออาการแจ้งเตือนอย่างชัดเจน โรคบางโรคมีความอันตรายต่อชีวิตเป็นอย่างมากเมื่อตรวจพบความผิดปกติล่าช้า ยกตัวอย่างเช่น โรคมะเร็งผิวหนัง เนื่องจากมะเร็งนั้นสามารถพัฒนาและลุกลามได้อย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาอันสั้น การตรวจพบที่ล่าช้าอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเสียชีวิตจาก 1% ไปสู่ 80% ได้อย่างรวดเร็ว   ด้วยความสำคัญนี้ ทีมงานของผมจึงได้มีการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการสร้างเอไอที่สามารถเรียนรู้ และทำความเข้าใจถึงลักษณะ รูปลักษณ์ของมะเร็งผิวหนัง รวมถึงอาการผิดปกติทางผิวหนังอื่นๆ จนพัฒนาเป็นแอพพลิเคชั่นที่ให้ทุกคนสามารถใช้ตรวจสอบและวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังเบื้องต้นได้ด้วยโทรศัพท์มือถือของตนเอง เมื่อเราตรวจพบอาการผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว ก็จะสามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างทันท่วงที ซึ่งจะสามารถช่วยลดอันตรายและอัตราการเสียชีวิตจากโรคนี้ให้น้อยลงได้มากยิ่งขึั้น   เอไอยังมีบทบาทสำคัญในเรื่องของการดูแลผู้ป่วยที่อาศัยอยู่ที่บ้านได้อีกด้วย โดยการติดตั้งกล้องไว้ตามจุดต่างๆภายในบ้าน เพื่อช่วยสอดส่องความเป็นอยู่และติดตามรูปแบบพฤติกรรมของผู้สูงอายุ รวมถึงคาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ เช่น การหมดสติ นอกจากนี้กล้องเอไอยังสามารถตรวจจับกล้ามเนื้อใบหน้าและแขนที่อ่อนแรง หรือแม้แต่สัญญาณที่บ่งบอกถึงอาการของผู้ป่วยหมดสติ โดยหากเอไอจับสัญญาณรูปแบบการพูดที่ผิดปกติ ก็จะส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือได้ในทันที อย่างไรก็ตามความเป็นส่วนตัวก็ยังเป็นสิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงถึง วิธีการที่ช่วยได้คือมีการจำกัดการเชื่อมต่อของเอไอกับสัญญาณอินเตอร์เน็ต เพื่อป้องกันข้อมูลภาพและเสียงที่ถูกบันทึกจากภายในบ้านเผยแพร่ออกไปสู่สาธารณะ …

Read more

สมัยที่ผมไปเรียนต่อปริญญาโทด้านโทรคมนาคม มีวิชาบังคับวิชาหนึ่งที่ผมไม่ค่อยสนุกกับมันสักเท่าไหร่ นั่นคือวิชานโยบายกำกับการโทรคมนาคมแต่ละประเทศ ซึ่งเกี่ยวกับการกำหนดกรอบหลักการและทิศทางเพื่อช่วยให้ทำงานได้อย่างมีเป้าหมาย แต่ ณ เวลานั้น เรียกได้ว่าผมเป็นสายวิศวะฯ เต็มตัว จึงยังไม่ค่อยเข้าใจแนวคิดและรู้สึกว่าเป็นเรื่องไกลตัวพอสมควร แต่พอเวลาผ่านไป กอปรกับประสบการณ์การทำงานในช่วง 20 กว่าปีที่ผ่านมา ทำให้ผมได้เรียนรู้แนวคิดที่หลากหลาย และเริ่มเห็นความสำคัญของการวางนโยบายในการทำงานมากขึ้น ผมเริ่มหันมาชื่นชมแนวคิดของนักเศรษฐศาสตร์ที่ใช้หลักการมองด้านการสูญเสียโอกาส (opportunity cost) มาเปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียของปัญหา รวมถึงการมองขอบเขตของผลกระทบอย่างรอบคอบเพื่อใช้ในการตัดสินใจ (micro vs macro view) ช่วยให้ผมขยายมุมมองความคิดด้านการบริหารและการวางนโยบายให้กับบริษัทที่ทำอยู่ รวมถึงงานที่ปรึกษานโยบายในระดับประเทศด้วย จากสิ่งที่ได้เรียนรู้มาทำให้ทราบว่า สิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาทุกครั้งในการวางแผนหรือนโยบายต่างๆ นั่นก็คือจะต้องคำนึงถึงผลที่ตามมา (implications) และกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องที่จะได้รับผลกระทบนั้น (stakeholders) ซึ่งแนวคิดนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการวางนโยบายเรื่องต่างๆ รวมไปถึงการนำเทคโนโลยี AI มาใช้ก็เช่นกัน ถึงแม้ว่าเทคโนโลยี AI จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างคุณค่าจากการนำข้อมูลมาใช้ ทำให้เกิด automation มากขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการทำงานในวงกว้าง รวมถึงก่อให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจ (อ่านเพิ่มเติมว่า AI ทำอะไรได้บ้าง จากบทความ1,2,3) แต่การนำ AI มาใช้ก็ควรกำหนดนโยบายหรือทิศทางในการทำงานเช่นกัน โดยสามารถใช้วิธีมองผลกระทบที่จะตามมาในหลากหลายมิติ ซึ่งอาจทำให้เราเกิดคำถามที่ต้องคิดหรือวางแผนเตรียมรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ ยกตัวอย่างเช่น …

Read more

เป็นที่รู้กันดีว่า Big Data ส่งผลกระทบต่อแทบทุกวงการธุรกิจ ข้อมูลที่มากมายมหาศาลนั้นมีประโยชน์ก็จริง แต่การประมวลผลข้อมูลจำนวนมากนี้โดยมนุษย์เพียงอย่างเดียวก็คงต้องใช้เวลามากขึ้นด้วย ปัจจุบันจึงมีเทคโนโลยีอย่าง AI หรือปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจ ซึ่งหลากหลายวงการก็นำสิ่งเหล่านี้มาใช้ เช่น Netflix ใช้ AI ในการช่วยคัดสรรค์ Content ที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค และ Amazon ที่ใช้ AI ช่วยอ่านคอมเมนต์สินค้าและรีวิวต่างๆ แล้ววิเคราะห์ความต้องการและความคิดเห็นออกมา รวมถึงแยกสแปมและรีวิวปลอมออก ไม่ให้มารบกวนหรือบิดเบือนข้อมูลที่เป็นประโยชน์และความคิดเห็นที่แท้จริงจากผู้บริโภคได้ เป็นต้น จนทำให้หลายๆคนเริ่มกังวลว่าสิ่งเหล่านี้จะเข้ามาแทนที่แรงงานมนุษย์หรือไม่ คำตอบคือ ไม่เสียทีเดียว เพราะแนวคิด ความคิดสร้างสรรค์และความสามารถของมนุษย์ยังคงเป็นสิ่งสำคัญไม่น้อย ฉะนั้นไม่ใช่แค่ AI จะกลืนกินหน้าที่การงานของมนุษย์ แต่ AI ยังสร้างอาชีพใหม่ๆให้เติบโตไปกับมันได้ด้วย จากรายงานฉบับใหม่ของ Gartner ระบุว่า ในปี 2020 แม้ว่า AI จะลดการจ้างงานไป 1.8 ล้านตำแหน่ง แต่ก็จะสร้างงานใหม่ได้ 2.3 ล้านตำแหน่ง Peter Sondergaard หัวหน้านักวิจัยของ Gartner คาดการณ์ว่า …

Read more