CALL US: 02 001 1893
597/5 Sukhumvit Road, Wattana, Bangkok, Thailand

Home » Archive

วันนี้ผมจะขอพักเนื้อหาเชิงเทคนิคที่เราพูดติดต่อกันมาหลายเดือนเอาไว้ก่อน โดยจะขอเปลี่ยนหัวข้อมาพูดถึงสิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อใครหลายๆ คน ทั้งกลุ่มสาขาอาชีพด้าน technical หรืองานด้าน data อย่างผม รวมไปถึงผู้ที่กำลังอยู่ในวัยศึกษาก็จะสามารถนำกระบวนการเหล่านี้ไปต่อยอดพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของตนได้ต่อไปเช่นกัน เรามาเริ่มกันเลยดีกว่าครับ ส่วนตัวของผมมีความเชื่อว่า “ทุกก้าวของชีวิตคือการเรียนรู้” โดยเฉพาะแวดวงคนทำงานด้าน data science ที่จำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา (lifelong learning) จากสภาพสังคมและวิทยาการต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว อีกทั้งเมื่อการแสวงหาความรู้ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แต่ในห้องเรียน แต่กลับมาพร้อมเทคโนโลยีการสื่อสารข้อมูลทั้งคอร์สเรียนออนไลน์ และเนื้อหาต่างๆ บนอินเทอร์เน็ตที่เปิดโอกาสให้พวกเราเข้าถึงองค์ความรู้ใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวได้อย่างไร้ขอบเขต แต่สิ่งสำคัญในยุคสมัยที่โลกถูกขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมหาศาลเช่นนี้กลับไม่ใช่การชี้วัดความสำเร็จด้วยการที่ใครจะรู้สิ่งต่างๆ ได้มากกว่ากัน แต่กลับเป็นวิธีการที่ว่าเรียนอย่างไร (learning how to learn) เพื่อให้สามารถเก็บเกี่ยวความรู้ต่างๆ และนำไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดได้มากกว่ากัน สิ่งสำคัญที่สุดของกระบวนการเรียนรู้มักจะเริ่มต้นมาจากการตั้งคำถาม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาลักษณะนิสัยที่เอื้อให้เกิดการคิดวิเคราะห์ (critical thinking) ในตัวบุคคล อีกทั้ง ยังเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานด้าน data เช่นกัน เพราะหากเราไม่ตั้งคำถาม นั่นก็จะอาจจะหมายความว่าเรายังไม่ได้ขบคิดหรือเข้าถึงแก่นแท้ของสิ่งที่เรากำลังเรียนรู้อยู่เท่าที่ควร สอดคล้องกับระบบการศึกษาแบบ child center ที่สนับสนุนให้เด็กนักเรียนมีโอกาสได้ตั้งคำถามและเกิดการคิดวิเคราะห์ต่อยอดจากวิชาความรู้ที่ตนกำลังเรียนอยู่นั่นเอง Paul Harris นักจิตวิทยาเด็กจากฮาร์วาร์ดได้ประเมินเอาไว้ว่า จริงๆ แล้วตอนที่เราอยู่ในวัยเด็กช่วงอายุ 2-5 ขวบ เรามักจะมีการตั้งคำถามต่อสิ่งต่างๆ …

Read more

  แวดวงธุรกิจพลังงานต่างก้าวไปข้างหน้าจนถึงการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ออกแบบภายใต้แนวคิดระบบโครงข่ายอัจฉริยะ หากเราจะพูดถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้ก้าวทันการปรับตัวในยุค 4.0 แน่นอนว่าเทคโนโลยีที่มาแรงมากในช่วงเวลานี้คงหนีไม่พ้น “บล็อกเชน” ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการดำเนินธุรกิจหลากหลายประเภท สำหรับหัวข้อในวันนี้จะขอพูดถึงรากฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจที่ได้มีการนำบล็อกเชนเข้ามาประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว นั่นก็คือการสร้างระบบการบริหารจัดการการใช้พลังงานไฟฟ้า (Energy Management System) ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจนั่นเอง ปัจจุบันนี้ แวดวงธุรกิจพลังงานต่างก้าวไปข้างหน้าจนถึงการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ออกแบบภายใต้แนวคิดระบบโครงข่ายอัจฉริยะสำหรับส่งกระแสไฟฟ้าแบบครบวงจร หรือ สมาร์ทกริด (Smart Grid) โดยเริ่มต้นจากการนำข้อมูลตลอดทั้งห่วงโซ่ของระบบไฟฟ้าตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการจ่ายกระแสไฟฟ้า สู่ปลายทางขึ้นไปเก็บไว้บนบล็อกเชน ช่วยยกระดับการจัดการข้อมูลที่ควบคุมด้วยระบบสัญญาอัจฉริยะ ที่เป็นการบันทึกข้อตกลงทางธุรกิจให้สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเอง ปราศจากการควบคุมจากคนกลาง จึงทำให้การดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนเป็นไปได้อย่างอิสระ ข้อมูลมีความปลอดภัย โปร่งใสและตรวจสอบได้ ดิจิทัลแพลตฟอร์มดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ใช้งานระบบทั้งภาคที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ ภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม สามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อตรวจสอบการผลิต-จ่ายกระแสไฟฟ้าและปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ตามจริง รวมถึงความสามารถในการรวมพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบไฟฟ้า สู่การสร้างทางเลือกในการใช้กระแสไฟฟ้าที่ผลิตจากต้นกำเนิดต่างๆ ทั้งระบบสายส่งจากการไฟฟ้า (grid) และพลังงานหมุนเวียน (renewable energy) เพื่อสนับสนุนให้เกิดการบริหารต้นทุนการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ยิ่งไปกว่านั้น บล็อกเชนยังสามารถรองรับการซื้อขายพลังงานไฟฟ้า (energy trading) ที่เสนอประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ (seamless experience) สู่การตลาดรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนบทบาทของ “Consumer” มาเป็น “Prosumer” ด้วยระบบการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ ที่ทุกฝ่ายสามารถเป็นได้ทั้งผู้ผลิต (producer) และผู้บริโภค …

Read more