CALL US: 02 001 1893
597/5 Sukhumvit Road, Wattana, Bangkok, Thailand

data

Home » data

  แวดวงธุรกิจพลังงานต่างก้าวไปข้างหน้าจนถึงการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ออกแบบภายใต้แนวคิดระบบโครงข่ายอัจฉริยะ หากเราจะพูดถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่เข้ามาช่วยขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมให้ก้าวทันการปรับตัวในยุค 4.0 แน่นอนว่าเทคโนโลยีที่มาแรงมากในช่วงเวลานี้คงหนีไม่พ้น “บล็อกเชน” ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมากในการดำเนินธุรกิจหลากหลายประเภท สำหรับหัวข้อในวันนี้จะขอพูดถึงรากฐานสำคัญในการดำเนินธุรกิจที่ได้มีการนำบล็อกเชนเข้ามาประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว นั่นก็คือการสร้างระบบการบริหารจัดการการใช้พลังงานไฟฟ้า (Energy Management System) ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อยกระดับมาตรฐานการดำเนินธุรกิจนั่นเอง ปัจจุบันนี้ แวดวงธุรกิจพลังงานต่างก้าวไปข้างหน้าจนถึงการพัฒนาดิจิทัลแพลตฟอร์มที่ออกแบบภายใต้แนวคิดระบบโครงข่ายอัจฉริยะสำหรับส่งกระแสไฟฟ้าแบบครบวงจร หรือ สมาร์ทกริด (Smart Grid) โดยเริ่มต้นจากการนำข้อมูลตลอดทั้งห่วงโซ่ของระบบไฟฟ้าตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการจ่ายกระแสไฟฟ้า สู่ปลายทางขึ้นไปเก็บไว้บนบล็อกเชน ช่วยยกระดับการจัดการข้อมูลที่ควบคุมด้วยระบบสัญญาอัจฉริยะ ที่เป็นการบันทึกข้อตกลงทางธุรกิจให้สามารถดำเนินการได้ด้วยตัวเอง ปราศจากการควบคุมจากคนกลาง จึงทำให้การดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนเป็นไปได้อย่างอิสระ ข้อมูลมีความปลอดภัย โปร่งใสและตรวจสอบได้ ดิจิทัลแพลตฟอร์มดังกล่าวจะช่วยให้ผู้ใช้งานระบบทั้งภาคที่อยู่อาศัย อาคารพาณิชย์ ภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรม สามารถเข้าถึงข้อมูลเพื่อตรวจสอบการผลิต-จ่ายกระแสไฟฟ้าและปริมาณการใช้พลังงานไฟฟ้าได้ตามจริง รวมถึงความสามารถในการรวมพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบไฟฟ้า สู่การสร้างทางเลือกในการใช้กระแสไฟฟ้าที่ผลิตจากต้นกำเนิดต่างๆ ทั้งระบบสายส่งจากการไฟฟ้า (grid) และพลังงานหมุนเวียน (renewable energy) เพื่อสนับสนุนให้เกิดการบริหารต้นทุนการใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ยิ่งไปกว่านั้น บล็อกเชนยังสามารถรองรับการซื้อขายพลังงานไฟฟ้า (energy trading) ที่เสนอประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ (seamless experience) สู่การตลาดรูปแบบใหม่ที่เปลี่ยนบทบาทของ “Consumer” มาเป็น “Prosumer” ด้วยระบบการผลิตกระแสไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ หรือ โซลาร์เซลล์ ที่ทุกฝ่ายสามารถเป็นได้ทั้งผู้ผลิต (producer) และผู้บริโภค …

Read more

วันนี้ Sertis ได้รวบรวมไอเดียสุดสร้างสรรค์ในการทำ data visualization มาฝากทุกๆคน เพื่อให้เข้าใจอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น และเผื่อว่าจะเป็นแนวทางในการนำไปปรับใช้ในงานของตัวเองได้ด้วย 1.Cassini’s Grand Tour   ผลงาน data visualization นี้ จะพาคุณติดตามดาวเทียมชื่อว่า “Cassini” ที่โคจรรอบดาวเสาร์ โดยได้ Nadia Drake และ Brian T. Jacobs จาก National Geographic นำรายละเอียดและมุมมองจากการโคจรของดาวเทียม Cassini ถึง 13 ปีเต็ม มาแสดงให้ทุกคนได้เห็นในเวลาเพียงไม่กี่นาที ซึ่งจะทำให้คุณได้ตื่นตาตื่นใจไปกับกราฟฟิคที่สวยงามตระการตา (ตามสไตล์ของ National Geographic) พร้อมทั้งรายละเอียดที่ดูเข้าใจง่ายและน่าติดตามเป็นอย่างมาก Link : https://www.nationalgeographic.com/science/2017/09/cassini-saturn-nasa-3d-grand-tour/#saturn   2.Universcale   Nikon’s opto-electronics technologies จะพาทุกคนไปสำรวจโลกที่ไม่เคยพบเห็นด้วยตาเปล่ามาก่อน! ทุกวันนี้ กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนและกล้องโทรทรรศน์ดาราศาสตร์สามารถทำให้เรามองเห็นวัตถุที่สายตามนุษย์ทั่วไปไม่สามารถมองเห็นได้ แต่คุณรู้หรือไม่ว่าจริงๆแล้ววัตถุพวกนั้นมันมีขนาดเท่าใดกันแน่ Universcale จะทำให้เราทั้งเห็นและเข้าใจถึงขนาดของวัตถุในจักรวาล …

Read more

ข้อมูลถือเป็นทรัพย์สินที่ทรงอำนาจมากที่สุดในยุคดิจิทัล คำว่า “เทคโนโลยีเอไอ (Artificial Intelligent) จะเข้ามาเปลี่ยนโลก” เป็นคำที่เราได้ยินบ่อยจนคุ้นหู และพอจะจินตนาการหรือทำความเข้าใจถ้อยคำนี้ได้ไม่ยากนัก แต่หากพูดว่า “เทคโนโลยีบล็อกเชน(Blockchain) จะเข้ามาเปลี่ยนโลกเช่นกัน” หลายคนฟังแล้วอาจสงสัยว่าบล็อกเชนจะสามารถส่งผลกระทบในระดับมหภาคจนเปลี่ยนแปลงสังคมโลกได้อย่างไร หลายคนรู้จักบล็อกเชนพร้อมกับ “สกุลเงินดิจิทัล (Cypto Currency)” อย่างบิตคอยน์(Bitcoin) ซึ่งสองสิ่งนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บิตคอยน์เป็นเพียงสกุลเงินดิจิทัลประเภทหนึ่ง ส่วนบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลังสกุลเงินดิจิทัลดังกล่าว ซึ่งหากจะให้อธิบายคำนิยามของบล็อกเชนในมุมมองของคนทำงานด้านข้อมูลอย่างผมก็คือ “วิธีการเก็บข้อมูลชนิดใหม่ที่ปราศจากคนกลางและมีความโปร่งใสสูง” นั่นเอง บล็อกเชนมีลักษณะเป็นบล็อกเรียงต่อกันเป็นสาย โดยแต่ละบล็อกมีข้อมูลที่อ้างอิงไปยังบล็อกที่เกิดขึ้นก่อนหน้าเพื่อใช้ตรวจสอบความต่อเนื่องของข้อมูล อีกทั้งมีการกระจายข้อมูลด้วยการทำซ้ำสำเนาขึ้นมาให้ใครก็ตามเข้าดูข้อมูลได้ ดังนั้นหากคุณอยากแก้ไขหรือปลอมแปลงข้อมูลในบล็อกๆหนึ่ง ก็ต้องทำกับบล็อกที่ว่านั้นรวมถึงบล็อกก่อนหน้าทั้งหมด ไม่เพียงในคอมพิวเตอร์เครื่องเดียว แต่ต้องทำกับคอมพิวเตอร์อีกหลายเครื่องในเครือข่ายโดยการเข้ารหัสระดับสูง ส่งผลให้ข้อมูลที่ถูกเก็บอยู่มีความปลอดภัยและยากต่อการปลอมแปลง ก่อนที่จะมีบล็อกเชน อินเทอร์เน็ตเคยเปลี่ยนแปลงสังคมจากยุคอุตสาหกรรมที่อำนาจอยู่ในมือคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดี ไปสู่การกระจายอำนาจให้เข้าถึงบุคคลทั่วไป เกิดเป็นสังคมแห่งการแบ่งปันข้อมูลอย่างอิสระ แต่อินเตอร์เน็ตก็ยังมีช่องโหว่ด้านความน่าเชื่อถือ คุณไม่มีทางรู้แน่ชัดว่าคนที่ติดต่อด้วยแท้จริงคือใคร หรือเรากำลังทำเรื่องสำคัญอย่างธุรกรรมทางการเงินกับผู้ที่เราเชื่อมั่นได้จริงหรือไม่ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีองค์กรที่มีความน่าเชื่อถืออย่างภาครัฐหรือธนาคารเข้ามาเป็นตัวกลางในการพิสูจน์หรือยืนยันตัวตนของอีกฝ่าย รวมถึงเก็บข้อมูลส่วนตัวและทรานแซคชั่นทั้งหมดที่เกิดขึ้นด้วย ฉะนั้นหากเราเคยมองว่าอินเทอร์เน็ตคือสิ่งช่วยกระจายศูนย์รวมอำนาจได้อย่างดี คงต้องพิจารณาใหม่อีกครั้ง เพราะในความจริงแล้ว อำนาจนั้นก็ตกไปอยู่กับผู้ที่มีความพร้อมกว่าเช่นเดิม ซ้ำยังสร้างโอกาสในการก่ออาชญากรรมทางไซเบอร์ให้เกิดง่ายขึ้นด้วย การเข้ามาของบล็อกเชนจะช่วยอุดช่วงโหว่นี้ กล่าวได้ว่า หากอินเตอร์เน็ตส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคอุตสาหกรรม บล็อกเชนก็จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในยุคของอินเตอร์เน็ตในทำนองเดียวกัน บล็อกเชนมีประโยชน์หลายด้านไม่เพียงการทำธุรกรรม เพราะกิจกรรมแทบทุกชนิดของเราตั้งอยู่บนการแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น จึงสามารถปรับใช้ได้หลากหลาย เช่น ธุรกิจที่ต้องการความโปร่งใสและความเชื่อมั่นสูง ได้แก่ ธุรกิจประกันภัย หน่วยงานรัฐบาล การเลือกตั้ง ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับลิขสิทธิ์และการถือครองกรรมสิทธิ์ ได้แก่ เพลงออนไลน์ และอสังหาริมทรัพย์ …

Read more